ทำเลที่ตั้งในชุมชน

     กลุ่มชุมชนบ้านศาลาทั้ง ๖ หมู่บ้านนี้ ตั้งอยู่บริเวณทิศตะวันออกของวัดพระธาตุลำปางหลวงและติดกับเส้นทางการเดินทางสมัยโบราณ ทั้งเส้นทางการค้าและการสงคราม เนื่องจากตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสายสำคัญของเมืองอันเป็นเส้นทางสัญจรสายหลักของคนสมัยโบราณ อีกทั้งยังเป็นเส้นทางกองหลวงสำหรับการเดินทางด้วยเกวียนหรือช้างม้าเลียบเลาะชายฝั่งแม่น้ำไปจนถึงตัวเมืองลำปาง โดยมีจุดสังเกตุที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ ป่ายางหลวง (แต่เดิมถนนจะอยู่บริเวณหน้าวัดบ้านหม้อเดิมหรือฝั่งบ้านศาลาไชยในปัจจุบัน) ป่ายางหลวงนี้ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านศาลาบัวบกปัจจุบันโดยกระจายขึ้นทั่วไปในหมู่บ้าน ปัจจุบันเป็นป่าต้นยางที่มีขนาดใหญ่มาก อาจเป็นไม้สำคัญของเมืองลำปางก็ว่าได้ ทั้งพระสงฆ์สามเณรและชาวบ้านแถบนี้ต่างก็ได้ใช้ประโยชน์จากต้นยางมาหลายชั่วอายุคนแล้ว โดยอาศัยน้ำมันยางใช้จุดตะเกียงหรือโคมน้ำมันยางเพื่อให้แสงสว่างในเวลากลางคืน นอกจากนั้น ยังเอาเขม่าควันของน้ำมันยางมารุมถมร่องใบลานหลังจากที่จารคัมภีร์เสร็จ เพื่อให้ร่องเล็ก จารเป็นเส้นสีดำอ่านได้อย่างชัดเจน เอกสารคัมภีร์ใบลานของวัดศาลาหม้อและวัดศาลาบัวบกได้กล่าวถึงบนหน้าคัมภีร์เกือบทุกเล่ม มีประวัติที่มาเรื่องเล่าต่างๆ นานามากมายยาวมาก นอกจากนี้ยังเป็นที่มาของชื่อชุมชนบ้านหางป่ายาง ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกกันตั้งแต่สมัยที่ชาวบ้านศาลาบัวบกยังเป็นศรัทธาวัดบ้านศาลาหม้ออยู่นานนับร้อยๆ ปี ต่อมาเมื่อมีการตั้งวัดใหม่จึงได้เปลี่ยนชื่อตามวัดคือ"วัดศาลาบัวบก"แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบ้านศาลาบัวบกก็ยังมีชาวบ้านอื่นๆ เรียกติดปากกันมากว่า"บ้านหางป่ายาง" ในกลุ่มชาวบ้านผู้เฒ่าผู้แก่บางคนก็เรียกว่า"บ้านเหนือ-บ้านใต้" ฝั่งขวาเป็นที่ตั้งของชุมชนเดิมที่เรียกตนเองว่า"บ้านสันหนองตุ้ม ท่าไม้ศรีสันดอน"ซึ่งเป็นศรัทธาวัดศาลาหลวงเพียงวัดเดียว ต่อมาได้แยกตัวกันมาตั้งวัดใหม่ขึ้นคือวัดศาลาดงลานและศาลาไชยตามลำดับ ส่วนฝั่งซ้ายของแม่น้ำวังเป็นที่ตั้งของชุมชนสามแห่งคือ บ้านเม็ง บ้านหางป่ายางและบ้านหม้อ โดยมีวัดบ้านหม้อเป็นวัดแรก เป็นวัดเจ้าศรัทธา ส่วนบ้านเม็ง(ศาลาเม็ง) นั้นแยกตั้งวัดเป็นเอกเทศ และบ้านศาลาบัวบกตามลำดับ โดยตัวชุมชนทั้งสองฝั่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำวัง อาชีพหลักของชาวบ้านศาลาในอดีตคือ"เกษตรกรรม"