ประเพณีตานก๋วยสลาก

     ตามจารีตของกลุ่มวัดต่างๆ ว่าในแต่ละปีหากมีการตานก๋วยสลากภัตต์นั้นวัดแรกเริ่มก่อนนั้นต้องเป็น"วัดปงยางคก"อ.ห้างฉัตร จากนั้นเป็นวัดไหล่หินหลวงในวันแรม ๘ ค่ำเดือน ๑๒ เหนือและวัดพระธาตุลำปางหลวงในวันแรม ๑๕ ค่ำเดือน ๑๒ เหนือหลังจากนั้นวัดใดจะจัดก็ได้ โดยแต่ละวัดมีการกำหนดวันที่ตายตัวแน่นอนตามวันข้างขึ้นข้างแรมอย่างนี้เสมอ ตามประเพณีวัดศาลาหม้อนั้นจะต้องจัดในวันแรม ๒ ค่ำเดือนเกี๋ยงเท่านั้น การจัดประเพณีตานก๋วยสลากของวัดศาลาหม้อนั้นจัดครั้งล่าสุดเมื่อราว ๖๐ กว่าปีที่แล้ว ครั้งหนึ่งวัดศาลาบัวบกเคยจัดงานก๋วยสลากขึ้น ท่านพระอธิการแสน เจ้าอาวาสวัดศาลาบัวบกในสมัยนั้นได้บันทึกงานตานก๋วยสลากวัดศาลาบัวบกว่าฝนตกมาก (คงไม่สนุกและไม่สะดวกเท่าไร) ลักษณะของเครื่องถวายทานหรือก๋วยสลากนั้นโดยทั่วไปมักจะสานชะลอมไม้ไผ่ซึ่งจะใช้ใบตองรองในก๋วยชะลอมแล้วจะใส่ข้าวปลาอาหารต่างๆนานาพร้อมหมากเหมี้ยงบุหรี่ลงไปในก๋วย บางครั้งก็เรียกว่า"ก๋วยขี้ปุ๋ม"หากใหญ่เป็นพิเศษก็จะเรียกว่า"ก๋วยโชค"นอกจากนี้ยังมีการถวายของอุทิศต่างๆในลักษณะอื่นโดยมักจะประดิษฐ์ของถวายตานเป็นรูปแบบต่างๆเช่น หงส์ ปราสาท บ้าน หรือสัตว์ประจำปีเกิดของผู้ล่วงลับไปแต่ละอย่างล้วนมีความหมายเฉพาะตัวที่เจ้าศรัทธาผู้สร้างเจตนาถวายตาน

     เส้นสลาก หากพระภิกษุสามเณรรูปใดได้เส้นสลากที่เขียนคำหนึ่งว่า"หังสา"หรือหงส์นั้นก็ถือว่ามีโชคหน่อย การตานหงส์เป็นก๋วยสลากเพื่ออุทิศแด่ผู้ล่วงลับนั้นเชื่อว่า หงส์จะเป็นพาหนะไว้เดินทางพาดวงวิญญาณขี่ข้ามในแดนอบายภูมิขึ้นที่สูงที่ดีกว่านั่นคือ สวรรค์ ตามความเชื่ออุดมคติของคนแถบนี้เช่นเดียวกับการถวายของตานในลักษณะอื่นๆเช่น ตัวเปิ้งหรือสะเปา ก็อาจเป็นไปเช่นเดียวกัน  เส้นสลากมักจะใช้ใบลานหรือใบตาลมาเขียนตามยาว โดยเขียนคำถวายไว้ ๑ เส้นต่อก๋วยสลาก ๑ ก๋วยหรือ ๑ ชุดที่จัดเตรียมดาไว้แล้ว มักจะมีการแห่เป็นขบวนเข้าไปในวัด ถึงวันสลากก็จะเริ่มขั้นตอนทางศาสนาต่อไปโดยจะมีการเทศน์ธรรมอานิสงค์สลากภัตต์ซึ่งส่วนมากผู้เทศน์จะเป็นสามเณรในวัดเสมอหรือถ้าเณรในวัดไม่มีก็นิมนต์เณรวัดใกล้เคียงมาแสดงธรรมก็ได้ จากนั้นก็มีพิธีเวนตานสลากแล้วจึงแจกเส้นสลากซึ่งพระสงฆ์หรือคณะกรรมการวัดจะเป็นผู้จัดการต่อไป

     การตานก๋วยสลากนับว่าเป็นประเพณีสำคัญของล้านนามากและเป็นงานใหญ่สำหรับชุมชน ดังนั้นจึงไม่ได้จัดเป็นประจำทุกปียกเว้น วัดพระธาตุลำปางหลวง วัดไหล่หินและวัดปงยางคก วัดใดหากไม่จัดประเพณีสลากภัตต์ก็จะต้องมีการตานเปรตพลีในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๒ เหนือเสมอเจตนาคือการอุทิศส่วนกุศลไปหาผู้วายชนม์เช่นเดียวกับประเพณีการตานก๋วยสลากนั่นเอง