วัฒนธรรมการเลี้ยงผี

     ตามความเชื่อเรื่องผีกับวิถีชีวิตคนล้านนานั้นแทบจะแยกกันไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นผีบ้านผีเรือน ผีเจ้านาย เจ้าเสื้อวัดเสื้อวา เจนบ้านเจนเมือง พ่อแถนแม่แถน ผีปู่ย่าหรือผีอารักษ์ต่างๆ ล้วนมีบทบาทสำคัญกับวิถีชีวิตตลอดทั้งช่วงชีวิตเลยก็ว่าได้ ผีเป็นความเชื่อดั้งเดิมของคนพื้นถิ่นนี้มาแต่สมัยโบราณกาล เมื่อศาสนาพุทธเข้ามาผสมผสานและอยู่คู่กันกับความเชื่อดั้งเดิมสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อกล่าวถึงโลกในชีวิตปัจจุบันเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย กินแขกแต่งงาน เดินทางต่างถิ่นหรือต้องการร้องขอสิ่งที่ประสงค์ ล้วนต้องพึ่งพาอาศัยผีเป็นผู้ช่วยและจะให้สัมฤทธิ์ผลดั่งใจก็ต้องมีการบนบานศาลกล่าวอยู่เสมอ เชื่อว่าผีให้ทั้งคุณและโทษหากประพฤติผิดก็จะถูกผีทำร้ายในลักษณะต่างๆ ซึ่งหากมองอีกแง่มุมหนึ่งความเชื่อเรื่องผีก็เป็นกฎหมายจารีตอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้คนในสังคมอดีตอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

     นอกจากนั้น การนับถือผีก็เป็นการแสดงความกตัญญูเคารพนับถือบรรพบุรุษและเป็นการสืบทอดสายตระกูลหรือเครือญาติในแบบโบราณ เมื่อพุทธศาสนาเข้ามาความเชื่อเรื่องผีก็ยังคงอยู่ โดยมักจะจำแนกแยกปฏิบัติกันไป บางครั้งมีการนำผีมาปนกับพุทธบ้างก็มี เมื่อต้องการร้องขอบางอย่างที่จะต้องเห็นผลในเร็ววันก็มักจะไปพึ่งผีเป็นสำคัญ แต่พอพูดถึงเรื่องชีวิต วิญญาณ ชาติหรือโลกหน้าจะต้องมาวัดเพื่อเป็นที่พึ่งพาต่อไป

     ทุกปีในเดือนห้า แรม ๑๓ ค่ำและเดือนเก้า แรม ๑๓ ค่ำ จะเป็นที่รู้กันในชุมชนศาลาหม้อว่าจะมีการเลี้ยงผีเจ้าบ้านที่หอผีหรือหอปู่เจ้าท้ายหมู่บ้านเช่นเดียวกับชาวบ้านศาลาบัวบกจะมีต้นขะจาวใหญ่อยู่หางหมู่บ้าน เชื่อกันว่าปู่เจ้าบ้านนั้นเป็นผู้มีฤทธิ์ปกปักรักษาคนในชุมชนให้อยู่เย็นเป็นสุข เมื่อถึงเวลาก็ต้องมาแทนคุณและขอขมาที่ได้ล่วงล้ำล่วงเกิน ซึ่งทุกวันนี้ชาวบ้านยังคงให้ความเคารพนับถือกันสืบมา