ประวัติวัดศาลาหลวง

ประวัติวัดศาลาหลวง

      วัดศาลาหลวง ตั้งอยู่เลขที่ ๑๑๑ บ้านศาลาหลวง หมู่ที่ ๑ ตำบลศาลา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๕ ไร่ ๒๑ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๐๐๑ อาณาเขต ทิศเหนือประมาณ ๑๐๕ เมตร จดที่ดินเอกชนและถนนสาธารณะ ทิศใต้ประมาณ ๑๒๔ เมตร จดที่ดินเอกชนและถนนสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันออกประมาณ ๑๐๔ เมตร จดที่ดินเอกชนและถนนสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันตกประมาณ ๑๔๓ เมตร จดที่ดินเอกชนและถนนสาธารณะ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ ศาลาการเปรียญ วิหาร หอกลอง หอไตร กุฎิ ศาลาเอนกประสงค์ ปูชนียวัตถุ มีพระประธานในอุโบสถ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๓ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๒ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๒ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๓๔ เมตร ยาว ๕๘ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ พระอธิการปงลังกาวี พระอธิการเสาร์ จินะตา พระครูคำตั๋น ศิริวิชัย พระอธิการศรี ใจขาว พระอธิการสุทัศน์ ชินวํโส พระอธิการประเสริฐ บานทรงกิจ และตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๔ ถึงปัจจุบันมีพระครูนิวิฐวรธรรม เป็นเจ้าอาวาส

ตำนานกู่ครูบาเจ้าญาณสมุทร

       ครูบาเจ้าญาณสมุทร อดีตเจ้าอาวาสวัดศาลาหลวง เกิดเมื่อจุลศักราช ๑๑๐๒ ตรงกับปีพุทธศักราช ๒๒๘๒ ปลายกรุงศรีอยุธยาก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ ๔๒ ปีจากหลักฐานใบลานซึ่งครูบาญาณสมุทรได้จารึกไว้ว่าผูกสามโวหารจัตตารีนิบาต ลิขิตเมื่อสถิตศาลารามกามวาสี เมืองนครไชยบุรี จุลศักราชได้ ๑๑๗๓ ปีรวงเม็ดเดือน ๘ ออก ๑๑ ค่ำวัน ๕ ใต้เป็กใจ๋เมื่ออายุ ๗๑ ซึ่งรวมอายุครูบาเจ้าญาณสมุทรจาก พ.ศ ๒๒๘๒ จนถึงปัจจุบัน(๒๕๕๙) รวมอายุได้ ๒๗๗ ปี

       ตามเรื่องที่เล่ามาครูบาญาณสมุทรมรณภาพลงเมื่ออายุได้ ๘๑ ปีคณะศิษยานุศิษย์ได้พร้อมใจกันจัดงานประชุมเพลิงโดยอัญเชิญสรีระศพของท่านไปยังสุสานประจำหมู่บ้านแต่เมื่อมาถึงบริเวณข้างวัดก็ไม่สามารถอัญเชิญต่อไปได้จึงได้ประชุมเพลิงกันที่ตรงนั้นซะเลย จากนั้นก็สร้างกู่เก็บอัฐิของท่านไว้ต่อมามีต้นโพธิ์ขึ้นมาครอบกู่ตราบจนปัจจุบัน  หลวงพ่อพระครูนิวิฐวรธรรม เจ้าอาวาสวัดศาลาหลวงรูปปัจจุบันพร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์และคณะศรัทธาชาวบ้านได้สร้างลำต้ายล้อมกู่ครูบาญาณสมุทรเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๓๖ ตรงกับวันขึ้น ๙ ค่ำเดือน ๘  วัดศาลาหลวงจมสู่แม่น้ำวังราวปี พ.ศ.๒๔๑๓ จึงได้มีการย้ายวัดมาตั้งใหม่ ณ บริเวณปัจจุบันโดยขนย้ายศาสนสมบัติทั้งหมดรวมถึงพระพุทธรูปที่เคยประดิษฐานในวิหารหลังเดิมซึ่งยังมีอยู่ในอุโบสถวัดศาลาหลวงปัจจุบัน เป็นที่น่าสังเกตว่าพระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะแบบเดียวกันกับวัดม้าเหนือซึ่งเป็นวัดที่สร้างร่วมรุ่นเดียวกันกับวัดศาลาหลวงโดยมีพระเถระองค์สำคัญคือ"ครูบาเจ้าโพธิ"ซึ่งเป็นช่างฝีมือและเป็นพระเถระรูปหนึ่งของเมืองลำปางเช่นกันและปรากฏชื่อในบันทึกการสร้างพระธาตุวัดป่าตันกุมเมืองร่วมกับครูบาญาณสมุทรด้วย ฯลฯ

พระครูนิวิฐวรธรรม (บุญส่ง วรธมฺโม)
เจ้าอาวาสวัดศาลาหลวง