ตำนานแก้วธาตุลำปางหลวง

ตำนานแก้วพระธาตุลำปางหลวง

     ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับแก้วธาตุออกเล่นหรือออกจากพระเจดีย์วัดเก่าแก่หรือวัดร้างต่างๆและมักจะลอยไปที่วัดพระธาตุลำปางหลวงเสมอโดยมักจะกล่าวกันว่าเป็นแก้วธาตุที่ลอยเปล่งรัศมีออกมาคล้ายแสงจากหลอดไฟส่วนใหญ่จะเป็นสีเขียวนวลโดยเฉพาะวันขึ้นและแรม 15 ค่ำหรือเรียกกันว่าวันเดือนดับหรือวันเดือนเป็งมักจะมีผู้พบเห็นอยู่เสมอแม้กระทั่งปัจจุบัน

     แก้วธาตุกล่าวโดยลักษณะทั่วไปแล้วคือพระธาตุของพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจนบรรลุธรรมขั้นต่างๆตั้งแต่ขั้นโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามีและอรหันต์ เมื่อมรณภาพลงธาตุในตัวท่านจะรวมกันเป็นลักษณะแก้วผลึกหรือบางครั้งเป็นลักษณะกระดูกอัฐิที่ใสเหมือนแก้วบ้างก็มีวรรณะดังเม็ดข้าวสารหักบ้าง เหมือนเมล็ดถั่วเขียวบ้าง เหมือนเม็ดงาเมล็ดผักกาดบ้าง ซึ่งผู้คนในอดีตมักจะเอาแก้วธาตุเหล่านี้มาบรรจุในพระเจดีย์ไว้สักการะบูชา

     แถบจังหวัดลำปางนี้ส่วนใหญ่ได้กล่าวถึงพระธาตุที่ลอยออกไปทางวัดพระธาตุลำปางหลวงเสมอว่า ธาตุของพระสงฆ์สาวกทั้งหลายได้เสด็จไปสักการะยังมหาธาตุแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ประดิษฐานอยู่ในพระเจดีย์ลำปางหลวงจนชาวบ้านลำปางหลวงสืบกันว่าหากวันเดือนดับเดือนเป็งเมื่อไหร่ บนองค์พระธาตุลำปางหลวงจะมีแก้วธาตุต่างๆลอยอยู่ตามขื่อตามแปของพระวิหารหลวงมากมายเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจมาก

     ส่วนเรื่องราวแก้วธาตุวัดศาลาหม้อ ชาวบ้านบอกว่ามักจะออกบริเวณวัดร้างศาลาหม้อและบริเวณต้นโพธิ์ไม้ศรีที่ขึ้นทับกู่ครูบาเจ้าญาณสมุทรที่วัดศาลาหลวง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็แสดงว่า อัฐิของครูบาเจ้าญาณสมุทรกลายเป็นพระธาตุ แสดงให้เห็นว่าท่านเป็นพระที่บรรลุธรรมขั้นสูงองค์หนึ่ง เพราะในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีความรู้แตกฉานทั้งอักษรธรรม คัมภีร์ บาลีต่างๆนอกจากนี้ยังเป็นครูสอนธุดงควัตรและธรรมวินัยต่างๆให้ครูบาอโนชัยหรือพระธรรมจินดามุนี เจ้าคณะจังหวัดลำปางรูปแรก วัดปงสนุกเหนืออีกด้วย...