ตำนานเสาวิหารกับผีเงือก

ตำนานเสาวิหารและผีเงือก

      เป็นเรื่องที่เล่าขานกันโดยทั่วสำหรับเจี้ยตำนานผีเงือกซึ่งมีอยู่ในแม่น้ำวังโดยสาเหตุหนึ่งเล่าขานกันมาคือเสาพระวิหาร เล่ากันว่าเสาพระวิหารตกลงสู่น้ำเมื่อไหร่ เมื่อนั้นจะเกิดเป็นผีเงือกคร่าชีวิตผู้คนไปมากมายด้วยเหตุผลดังนี้

ในอดีตเมื่อสร้างวิหารเสร็จแล้วจะต้องมีการถวายทานด้วยพิธีกรรมต่างๆและสุดท้ายจะต้องมีการบวชพระพุทธรูปและวิหารด้วยพิธีพุทธาภิเษก สวดเบิก ที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ จะต้องนำผ้าขาวมามัดที่เสาวิหารทุกๆต้นพร้อมโยงฝ้ายสายสิญจน์เข้าสู่อาสนะจองเบิกเมื่อเสร็จพิธีถึงจะเรียกว่าพระวิหารได้ โดนเสาวิหารแต่ละต้นจะมีเทวดาอารักษ์อยู่ดูแลพระวิหาร เมื่อเวลาผ่านไปนานหากพระวิหารชำรุดทรุดโทรม จะบูรณะหรือจะสร้างใหม่ก็จำเป็นที่จะต้องทำพิธีถอนวิหารก่อนจะกระทำการใดๆทั้งนี้เพื่อเป็นการบอกกล่าวเทวดาอารักษ์ที่ดูแลพระวิหารและสิงสถิตอยู่ตามเสาวิหารแต่ละต้นอัญเชิญออกจากสถานที่นี้ก่อนเป็นการชั่วคราวเพื่อทำการส้รางหรือบูรณะสืบพระศาสนาต่อไป

      เมื่อราวร้อยกว่าปีที่ผ่านมาในกลุ่มวัดที่อยู่ริมแม่น้ำวังได้ถูกแม่น้ำกัดเซาะตลิ่งพังจนต้องมีการย้ายวัดเช่นเดียวกับวัดศาลาหม้อ ที่อยู่ในระยะใกล้กันก็มีวัดชมภูหลวง วัดศาลาหลวง เหตุการณ์ในครั้งนั้นคาดว่าคงฉุกละหุกวุ่นวายกันพอสมควรจึงมิได้มีการถอนพระวิหารก่อน เล่าสืบมาว่าทั้งสองวัดเร่งรื้อพระวิหารแต่ก็ไม่ทันกาลจนทำให้เสาวิหารตกลงไปในแม่น้ำวังจำนวนสองต้นทั้งสองวัด การที่มิได้ถอนพระวิหารก่อนจึงทำให้เทวดาอารักษ์ที่สิงสถิตอยู่ในเสาพระวิหารนั้นกลับกลายเป็นผีที่ดุร้ายหรือเป็นผีเงือกนั่นเอง ส่วนเสาวิหารสองต้นที่พบบริเวณท่าน้ำวังวัดร้าง(วัดศาลาหม้อเดิม)ผู้เฒ่าผู้แก่ชาวบ้านต่างก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ใช่เสาวิหารของวัดศาลาหม้อแน่นอนเพราะได้ทำการรื้อย้ายวิหารเก่าทั้งหมดมาสร้างใหม่ได้ทันกาลจึงคาดเดากันว่าน่าจะเป็นของสองวัดคือวัดศาลาหลวงและวัดชมภูหลวงซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปเป็นแน่ ปัจจุบันได้ตั้งไว้ ณ หน้าอุโบสถวัดศาลาหม้อ ตำบลท่าผา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง