นิทานพิศดารลำปางหลวง

เจี้ยก้อม "นิทานพิศดารลำปางหลวง"

    ด้วยเหตุที่ชุมชนแถบนี้อยู่ใกล้วัดพระธาตุลำปางหลวง จึงมีนิทานต่างๆมากมายที่เกี่ยวข้องกับตำนานภาคพิศดารของวัดพระธาตุลำปางหลวงอยู่หลายเรื่องด้วยกันซึ่งผู้เขียนได้นำมาเรียบเรียงใหม่ให้เข้าใจกันง่ายขึ้นดังนี้

    เล่ากันว่า เมื่อครั้งพุทธกาลสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมายังม่อนดอยน้อยเพื่อจะมาสร้างพระธาตุลำปางหลวง การก่อสร้างนั้นตามตำนานได้กล่าวถึงสถานที่ที่เรียกว่า"ม่อนดอยน้อย"ซึ่งคนสมัยโบราณนั้นได้เล่าสืบต่อกันมาว่าเป็นหลุมของตัวต่อดินขนาดใหญ่ได้ขุดเป็นโพรงเพื่อทำรัง การก่อสร้างในครั้งนั้นเป็นที่รู้กันไม่เฉพาะในหมู่มนุษย์เท่านั้น ยังมียักษ์ตนหนึ่งได้แบกเอาก้อนหินใหญ่ไว้บนบ่า ขณะที่แบกมานั้นไม้คานได้หักลงมาทำให้หินก้อนนั้นตกลงสู่พื้นจนกลายเป็นดอยฮางตั้งแต่นั้นมาส่วนไม้คานที่ตกลงพื้นนั้นมีขนาดความใหญ่และยาวมากเมื่อตกลงสู่พื้นจึงทำให้ดินเป็นร่องจนกลายเป็นน้ำแม่ยาวตั้งแต่นั้นมา

     เล่าขานกันสืบมาว่าในครั้งบรรพกาลนั้นเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายสามารถสื่อภาษาพูดกันได้หมดทั้งคนและสัตว์ พืช ต้นไม้ ก้อนหินฯ ครั้งหนึ่งก้อนหินผาจำนวนหนึ่งทราบข่าวการสร้างพระธาตุลำปางหลวงจึงอยากร่วมสร้างอานิสงค์ด้วยกันจึงได้พากันกลิ้งมาเพื่อจะไปวัดพระธาตุลำปางหลวง พอมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งได้เอ่ยถามกวางก่อนว่า"สูฮู้จักตางไปวัดลำปางหลวงพ่องก่"กวางก็ตอบว่า"ข้าอยู่นี้มาจ๋นปอเหี่ยวปอแห้งก่ยังบะฮู้จักวัดหล่ำปางหลวงเน่อ"จากนั้นหินผาก็เลยไปถามนกกระตั้วหัวหงอกว่า"ข้าจะไปฮ่วมสร้างวัดหล่ำปางหลวงจะไปตางใดดี"นกกระตั้วก็ตอบเหมือนกวาง เมื่อทราบดังนี้แล้วก้อนหินผาเหล่านั้นจึงได้หยุดอยู่ ณ สถานที่ตรงนั้นและเป็นวัดท่าผาในเวลาต่อมาซึ่งปัจจุบันไปทางหลังวัดท่าผาและด้านข้างวัดก็ยังเป็นป่าโปร่งที่ชาวบ้านเรียกว่า"แพะผายาย"ตามนิทาน

    เนื่องด้วยข่าวการสร้างองค์พระธาตุลำปางหลวงกระจายไปไกลทำให้มีผู้คนมาร่วมบุญสร้างกันมากมายจนเต็มล้นพื้นที่เพื่อทุกคนจะได้อานิสงส์ร่วมกันจึงเลือกหาสถานที่ผสมปูนไกลถึงป่าแพะบ้านศาลาแล้วยืนต่อกันเพื่อส่งปูนไปก่อสร้างพระธาตุลำปางหลวงจึงเรียกพื้นที่ตรงนั้นว่า"เด่นสะตาย"มาจนปัจจุบัน