ตำนานปฐมมูลโลก

ตำนานปฐมมูลโลก

       เจี้ยเรื่องนี้ได้กล่าวถึงเรื่องการเกิดขึ้นของมนุษย์บนโลกซึ่งคล้ายกับเอกสารโบราณเรื่องปฐมมูลโลกหรือโลกทีปนี ผู้เขียนจึงได้นำเนื้อหารวมกันเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเจี้ยเรื่องนี้มากขึ้นดังนี้

     กล่าวถึงมนุษย์คู่แรกของโลก เมื่อครั้งโลกได้ถูกไฟม้างกัลป์ทำลายเผาไหม้ทุกสิ่งทุกอย่างตามวัฏจักรสงสารของธรรมชาติแล้ว เมื่อไฟสงบและเย็นลงดินที่มีอยู่ในโลกก็มีความหอมยิ่งนักชวนให้เทวดาและพรหมลงมาลิ้มรสชาติของดิน เมื่อกินแล้วจะทำให้ความเป็นเทพเป็นพรหมหายไป ทำให้เทวดาและพรหมหวาดกลัวไม่กล้าลงมากินดินอีก สุดท้ายจึงเหลือพรหมสององค์ที่อดใจไม่ไหวต้องลงจากสวรรค์มากินดินบนโลกทำให้พรหมทั้งสองกลับกลายเป็นมนุษย์คู่แรก(เป็นที่มาของคนโบราณเมื่อตั้งท้องมักจะอยากกินดินหอมชนิดหนึ่งที่เรียกว่า"อิฐ"เพราะเชื่อว่าพรหมหรือเด็กในท้องอยากกิน)ตั้งแต่นั้นมาเมื่อโลกเย็นลงจนเข้าสู่สภาวะปกติแล้วพืชพรรณธัญญาหารก็เริ่มตามมาปรากฎขึ้นบนโลก มีพืชชนิดหนึ่งมีความหอมเมื่อเติบโตแล้วผลของมันจะมีขนาดเท่ากับลูกฟักทองซึ่งเรียกว่า"ข้าว"ข้าวที่กล่าวถึงในเจี้ยนี้คือเมื่อแก่สุกเต็มที่แล้วไม่ต้องเอาไปหุงหรือนึ่ง เพราะมันสุกอยู่แล้วสามารถทานได้เลย

     พรหมทั้งสองเมื่อกลายเป็นมนุษย์คู่แรกก็มีลูกได้ 5 คนซึ่งเป็นหญิงชายสลับกันไป คนที่ 1 และ 2 ก็จับคู่กัน คนที่ 3 และ 4 ก็จับคู่อยู่กินกันเป็นสามีภรรยากัน ส่วนคนสุดท้องเป็นโสดจึงเป็นผู้สร้างสรรพสัตว์ทั้งหลายในโลกขึ้น(อาจารย์มาลา คำจันทร์เคยเล่าให้ฟังว่า ตำนานปฐมมูลโลกของครูบาขาวปีเขียนว่า"ชื่อคนสุดท้องนั่นคือ ย่าโหวา"ด้วยความที่อยู่คนเดียว บางคนก็เรียกว่า"แม่หม้าย")เมื่อเวลานานเข้าคนเริ่มเยอะก็ต้องมีการแย่งชิงข้าวปลาอาหาร อีกทั้งคนมีกิเลสมากขึ้นจึงทำให้ข้าวออกบ้างไม่ออกบ้าง แม่หม้ายจึงคิดที่จะทำที่เก็บข้าวเอาไว้กินในช่วงขาดแคลน ขณะที่แม่หม้ายกำลังทำหลองข้าว(ตู้ข้าว)อยู่นั้นเม็ดข้าวที่มีขนาดใหญ่เท่าลูกฟักก็พากันกลิ้งมาก่อนจึงทำให้แม่หม้ายโมโหใช้ไม้ทุบเม็ดข้าวนั้นจนแตกละเอียดกลายเป็นเม้ดข้าวที่มีขนาดเล็กตั้งแต่นั้นมา(มีเม็ดข้าวจำลองตามตำนานจัดแสดงในอาคารพิพิธภัณฑ์วัดพระธาตุลำปางหลวง)ผู้เฒ่าผู้แก่บางท่านก็เล่าถึงลูกของมนุษย์คู่แรกของโลกเมื่ออยู่กินกันมานานแล้วก็เกิดลูกออกมาเป็นน้ำเต้า ซึ่งพ่อแม่ต้องเอาเหล็กเผาไฟแทงเข้าให้เป็นรูจึงไหลออกมาเป็นคนปรากฏเป็นเจ๊ก ม่าน เงี้ยว ไตและกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆอีกมากมาย...